เตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัยด้วยระบบ Long-Term Care ที่ยืดหยุ่น ลดการพึ่งพิงครอบครัวเพียงอย่างเดียว และสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลระยะยาวที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ผ่าน อปท.

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับลึก" อย่างรวดเร็ว คาดว่าจำนวนผู้สูงอายุจะเป็นร้อยละ 30 ของประชากรใน 10–20 ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้ส่งผลให้ความต้องการระบบการดูแลระยะยาว (Long Term Care: LTC) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนมากเข้าสู่ ภาวะพึ่งพิง ทั้งจากโรค NCDs และความเสื่อมของร่างกาย แต่ระบบปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมและขาดความยืดหยุ่น
โครงสร้างครอบครัวไทยไม่รองรับ: ระบบ LTC ในปัจจุบันยังยึดติดกับการมีครอบครัวเป็นผู้ดูแลหลัก ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ครอบครัวมีขนาดเล็กลง และผู้สูงอายุจำนวนมากต้องดูแลตัวเองหรือพึ่งพิงคนเพียงคนเดียว
บริการไม่ครอบคลุมและต่ำกว่ามาตรฐาน: แม้จะมีผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงหลายแสนคนได้รับการดูแล แต่บริการที่เข้าถึงได้จริงยัง ต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งในด้านจำนวนครั้งและระยะเวลาที่ควรได้รับการดูแล ขณะที่บริการเฉพาะทางที่จำเป็น (เช่น การทำแผล การใส่สายสวนปัสสาวะ) ยังขาดแคลน
ปัญหาด้านงบประมาณและผู้ดูแล:
งบประมาณไม่เพียงพอ: งบ LTC ที่จัดสรรเป็นรายหัวปัจจุบัน ตกเดือนละไม่ถึงหนึ่งพันบาท ต่อผู้ป่วย ทำให้ต้องเฉลี่ยจ่ายระหว่างค่าจ้างผู้ดูแลอาสาสมัคร (CG) และค่าวัสดุทางการแพทย์ ส่งผลให้บริการไม่ทั่วถึง
ผู้ดูแลขาดแรงจูงใจ: ผู้ดูแลอาสาสมัครได้รับค่าตอบแทนต่ำและไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้เต็มประสิทธิภาพ
จากปัญหาที่กล่าวมา พรรคประชาชนมีข้อเสนอในการสร้างระบบ LTC ดังนี้
1. เพิ่มระบบสวัสดิการผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาวที่มีความยืดหยุ่น: ให้ผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงสามารถ ตัดสินใจเลือกรูปแบบบริการได้เอง โดยมีรูปแบบบริการให้เลือก
2. พัฒนาผู้ดูแลจากอาสาเป็นอาชีพ: จัดระบบการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ให้ได้ มาตรฐาน และเป็น ฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพและมั่นคง
3. พัฒนาระบบธนาคารอุปกรณ์การแพทย์: พัฒนาระบบ ศูนย์หรือธนาคารสำหรับการยืมและคืนอุปกรณ์ สำหรับผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาว โดยสนับสนุนบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และมีระบบข้อมูลการยืม-คืนที่เชื่อมโยงกัน
1. ตั้งกองทุนดูแลผู้ป่วยพึ่งพิงระยะยาวใหม่:
เปลี่ยนจากการบริหารงบประมาณแบบเดิมของ สปสช. มาเป็นการให้ผู้ป่วยพึ่งพิง ตัดสินใจเลือกใช้เงินได้เองตามสิทธิ เสมือนเป็นเครดิตที่ผู้ป่วยเลือกการให้บริการที่เหมาะสมกับตัวเองได้ (Patient Vouchers/Credits)
กำหนดเพดานงบประมาณที่ผู้ป่วยแต่ละคนจะได้รับสนับสนุน แบ่งตามระดับความพึ่งพิงที่ถูกประเมินและจัด Care Plan โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มผู้ป่วยพึ่งพิงติดบ้าน: ได้รับบริการสูงสุด 8 ชั่วโมง/สัปดาห์ (อัตรา 60 บาท/ชั่วโมง) และอุปกรณ์สูงสุด 1,500 บาท/คน/เดือน
กลุ่มผู้ป่วยพึ่งพิงติดเตียง: ได้รับบริการสูงสุด 16 ชั่วโมง/สัปดาห์ (อัตรา 120 บาท/ชั่วโมง) และอุปกรณ์สูงสุด 2,000 บาท/คน/เดือน
คาดว่าต้องใช้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท ในปี 2569
2. สนับสนุนธนาคารอุปกรณ์: รัฐบาลจะสมทบงบประมาณในการพัฒนาอุปกรณ์และซ่อมบำรุงอุปกรณ์ของศูนย์และธนาคารฯ ที่ขึ้นทะเบียน โดยได้รับความร่วมมือจาก สถาบันอาชีวศึกษาทั่วประเทศ
3. จัดระบบการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ให้ได้มาตรฐาน และเป็น ฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพและมั่นคง