ปฏิรูประบบการสร้างครู

ปฏิรูประบบการผลิตครูจากเดิมที่เน้นปริมาณ เป็นการผลิตตามความต้องการจริงของตลาดแรงงาน เพื่อแก้ปัญหาครูเฟ้อในบางสาขาแต่ขาดแคลนวิชาสำคัญอย่าง STEM

ปฏิรูประบบการสร้างครู

ทำไมต้องแก้ปัญหา (WHY)

วิกฤตครูไทยไม่ใช่เรื่อง “จำนวน” ไม่พอ แต่เป็นเรื่อง “การกระจายตัว” ที่ผิดเพี้ยนจากความต้องการจริง รวมถึงคุณภาพการสอนที่ไม่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ซึ่งเป็นผลจากระบบการผลิตครูที่มีปัญหา

1. ระบบการผลิตครูปัจจุบัน เปรียบเสมือน “โรงงานที่ผลิตสินค้าผิดสเปกและส่งไปผิดที่”

1.1 ระบบเปิดที่ขาดการควบคุมทิศทาง

  • สถานะปัจจุบัน: มหาวิทยาลัยเน้นเปิดรับนักศึกษาจำนวนมากเพื่อหารายได้ โดยไม่ได้ดูความต้องการของตลาดงาน

  • ผลกระทบ: เกิดภาวะครูเฟ้อและสาขาวิชาไม่ตรงความต้องการ บัณฑิตล้นตลาดในบางวิชา แต่กลับขาดแคลนวิชาสำคัญ เช่น STEM และภาษาอังกฤษ

1.2 หลักสูตรที่เน้นเนื้อหา

  • สถานะปัจจุบัน: มุ่งเน้นการเรียนในห้องเรียน มากกว่าการลงมือปฏิบัติ

  • ผลกระทบ: ครูจบใหม่มีทักษะการสอนไม่เพียงพอ แม้จะมีความรู้ทางวิชาการแต่ขาดทักษะการจัดการชั้นเรียนและการแก้ปัญหาหน้างานจริง

1.3 การฝึกประสบการณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

  • สถานะปัจจุบัน: ระยะเวลาฝึกสอนนาน แต่ขาดระบบพี่เลี้ยง (Mentoring) และการสะท้อนผลที่มีคุณภาพ

  • ผลกระทบ: สูญเสียโอกาสในการพัฒนาทักษะ เนื่องจากเวลาฝึกสอนถูกนำไปใช้ในงานธุรการหรืองานสนับสนุนอื่นๆ แทนการฝึกทักษะการสอนขั้นสูง

1.4 ระบบการคัดเลือกผู้เข้าเรียน

  • สถานะปัจจุบัน: เน้นการรับเข้าจำนวนมาก โดยขาดการคัดกรองทัศนคติและความสามารถแบบเข้มข้น (Top Talent)

  • ผลกระทบ: ขาดแรงจูงใจในวิชาชีพ ได้ผู้เรียนที่ไม่พร้อมจะเป็นครู หรือเลือกเรียนครูเป็นเพียงทางเลือกสำรอง

 

2. วิกฤตคุณภาพและทักษะ 

    • เยาวชนไทยและวัยแรงงานกว่า 64% มีทักษะการอ่านต่ำกว่าเกณฑ์ และขาดทักษะดิจิทัล เนื่องจากระบบการเรียนการสอนยังเน้นการท่องจำทฤษฎีมากกว่าการคิดวิเคราะห์

    • ประเทศไทยต้องการแรงงานทักษะสูง (High-skilled labor) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ระบบการศึกษากลับผลิตบัณฑิตที่ขาดทักษะที่นายจ้างต้องการ

3. ความเหลื่อมล้ำในการกระจายตัว: โรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนในชนบทกว่า 64% ขาดแคลนครูขั้นวิกฤต เพราะครูเก่งๆ กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่

เราจะทำอะไร (WHAT)

เรามุ่งเป้าเปลี่ยนระบบจาก "ผลิตตามความถนัดของมหาวิทยาลัย" (Supply-driven) เป็น "ผลิตตามความต้องการจริง" (Demand-driven) ดังนี้:

  1. เปลี่ยนระบบการผลิตเป็น "ระบบปิด" : เพิ่มสัดส่วนการผลิตครูที่เชื่อมโยงกับความต้องการจริง (อัตราการบรรจุจริง) จาก 30% เป็น 70-100% เพื่อให้มั่นใจว่าเรียนจบแล้วมีที่ทำงาน และตรงกับสาขาที่ขาดแคลน

  2. ปฏิรูปงบประมาณมหาวิทยาลัย (University Funding Reform) : เลิกให้งบตาม "จำนวนหัวนักศึกษา" (ซึ่งจูงใจให้รับเด็กเยอะเกินไป) แต่ให้งบตาม "คุณภาพผลสัมฤทธิ์ของครู" และ "อัตราการมีงานทำตรงสาย"

  3. ปรับบทบาทมหาวิทยาลัย : ให้เน้นการติดตาม ฝึกอบรม และเพิ่มเติมความรู้สำหรับครูที่ทำหน้าที่อยู่แล้วให้มีทักษะและขีดความสามารถมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  4. เพิ่มบทบาทของครูที่สอนอยู่หน้างานจริง : ในการเข้ามามีส่วนในการถ่ายทอดประสบการณ์ในการจัดการห้องเรียน การประยุกต์สื่อสมัยใหม่ รวมถึงให้คำแนะนำกับนักศึกษาครูรุ่นน้องด้วย

  5. วางแผนด้วยข้อมูล (Data-Driven Planning) : ใช้ Big Data เชื่อมโยงสถิติเด็กเกิดใหม่กับอัตราการเกษียณของครู เพื่อกำหนดโควตาการรับนักศึกษาครูในแต่ละปีอย่างแม่นยำ

ทำอย่างไรให้สำเร็จ (HOW)

  1. เพิ่มสัดส่วนการผลิตครูแบบปิด

    • คุรุสภาออกมาตรฐานกำหนดโควตาการผลิตตามความต้องการของพื้นที่ และกำหนดเงื่อนไขการรับนักศึกษาโดยเน้น "ประสิทธิภาพ" มากกว่าปริมาณ

    • อว. ออกแนวทางการปฏิบัติในการคัดเลือกบุคคลเข้ามาเรียนวิชาชีพครู และสร้างระบบจับคู่โรงเรียนร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ที่ทำหน้าที่ผลิตครู

  2. ปฏิรูปงบประมาณมหาวิทยาลัย

    • คุรุสภาออกข้อกำหนด จำกัดปริมาณการรับนักศึกษาครูของแต่ละมหาวิทยาลัย ให้สัดส่วนสอดคล้องกับจำนวนที่ตลาดต้องการและบรรจุงานได้จริง

    • อว. ออกคำสั่งให้มหาวิทยาลัยต้องรับนักศึกษาบนเงื่อนไขของประสิทธิภาพการผลิตเป็นสำคัญ ไม่ใช่เน้นปริมาณเพื่อหารายได้

      ระบบจับคู่โรงเรียน: สร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในพื้นที่กับโรงเรียน เพื่อใช้เป็นพื้นที่ฝึกปฏิบัติการสอนจริงที่มีคุณภาพ

  3. เพิ่มงบอุดหนุนในการผลิตครู

    • อว. จัดทำกรอบงบประมาณการผลิตครู 1 คนให้เพิ่มขึ้น สะท้อนการลงทุนเชิงคุณภาพ (เทียบกับแนวทางการผลิตแพทย์) จากนั้นรัฐมนตรีเสนอ ครม. อนุมัติกรอบงบประมาณใหม่

  4. ตั้งฐานข้อมูลกลางของรัฐ

    • กระทรวงศึกษาธิการ และ อว. เป็นเจ้าภาพร่วมในการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาสร้างฐานข้อมูล การผลิตครู การใช้ครู และการพัฒนาครู 

    • คณะกรรมการประกอบด้วย คุรุสภา กคศ. ตัวแทน อว. ตัวแทนมหาวิทยาลัยที่ผลิตครู คปร. โดยอาจให้คุรุสภาเป็นผู้ดูแลฐานข้อมูล

    • ตั้งงบประมาณเป็นงบบูรณาการ

    • คุรุสภาออกคำสั่งให้ครูทั่วประเทศ (รัฐและเอกชน) ลงทะเบียนตนเองในฐานข้อมูลกลางนี้