จ่ายค่าเสียโอกาสทุ่งรับน้ำเป็นรายเดือน หนุนงบดีดบ้านพ้นน้ำ เพิ่มทางระบายน้ำลงอ่าวไทย จ้างงานฟื้นฟูชุมชน เพื่อเปลี่ยนวิกฤตน้ำท่วมเป็นชีวิตที่มั่นคง

ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศส่งผลให้พื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำและทุ่งรับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำยม-น่าน ต้องแบกรับภาระการระบายน้ำที่รุนแรงและยาวนานขึ้น โดยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างในปัจจุบัน มีความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ดังนี้:
ภาระจากทุ่งรับน้ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ: พื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร ลงมาจนถึงอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และนครปฐม ถูกใช้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำหลัก ส่งผลให้น้ำท่วมสูงและยาวนานกว่าปกติ โดยในปี 2568 บางพื้นที่ต้องเผชิญสภาวะน้ำท่วมขังยาวนานกว่า 5 เดือน
วิกฤตเศรษฐกิจและสังคม: ประชาชนสูญเสียรายได้จากการเกษตร 1-2 ฤดูกาล ขาดแคลนระบบสาธารณูปโภคที่ทนทาน และไม่มีระบบการจัดการศูนย์พักพิงที่เป็นมาตรฐาน รวมถึงขาดมาตรการฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลดที่ชัดเจน
ข้อจำกัดในการระบายน้ำ: ขีดความสามารถในการระบายน้ำของแม่น้ำสายหลักและคลองสาขาไม่เพียงพอต่อปริมาณมวลน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้พื้นที่ทุ่งรับน้ำกลายเป็นพื้นที่รองรับน้ำขังถาวรซึ่งกระทบต่อการดำรงชีวิตอย่างรุนแรง
พรรคประชาชนเสนอแนวนโยบายการจัดการน้ำที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทานเพื่อลดภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ แบ่งเป็น 2 ระยะ เพื่อแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ:
มาตรการระยะสั้น (มีนาคม - กันยายน 2569): มุ่งเน้นการเยียวยาที่เป็นธรรม การฟื้นฟูรายได้ 6 เดือน และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระดับชุมชนให้พร้อมรับฤดูน้ำหลาก
มาตรการระยะยาว (ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป): ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ "ลดความเสี่ยง" และ "เพิ่มทางเลือก" ในการจัดการน้ำ โดยเป้าหมายหลักคือการยกระดับชุมชนให้สามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้ (Living with Water) และเพิ่มขีดความสามารถการระบายน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน อีกอย่างน้อย 500 ลบ.ม./วินาที ภายใน 4 ปี
การขับเคลื่อนนโยบายจะใช้กลไกการเยียวยาเชิงรุกและการบริหารจัดการเชิงวิศวกรรม ดังนี้:
1. มาตรการระยะสั้น (มีนาคม - กันยายน 2569): เยียวยา ฟื้นฟู และเตรียมรับน้ำ
มุ่งเน้นการอัดฉีดสภาพคล่องและปรับปรุงกายภาพชุมชนให้พร้อมเผชิญเหตุ
ระบบชดเชยที่เป็นธรรม:
เงินช่วยเหลือเผชิญเหตุ: 3,000 บาท/เดือน ตลอดช่วงน้ำท่วม
ค่าเสียโอกาสเกษตรกรรม: 1,000 บาท/เดือน/ไร่ พร้อมชดเชยค่าซ่อมแซมบ้านตามจริงและค่าปลงศพอัตรามาตรฐาน
การฟื้นฟูเศรษฐกิจและรายอาชีพ:
การเงิน: พักชำระหนี้/ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน และให้สินเชื่อฟื้นฟูอาชีพ 0% สำหรับ SMEs และเกษตรกร
จ้างงานเร่งด่วน: งบประมาณผ่าน อปท. เพื่อจ้างคนในพื้นที่ฟื้นฟูชุมชนตนเอง (ขุดลอกคลอง/ซ่อมอาคาร) นาน 3-6 เดือน
เกษตรแม่นยำ: วางแผนส่งน้ำและเพาะปลูกพืชอายุสั้น/พืชบำรุงดินที่มีตลาดรองรับ เพื่อสร้างรายได้ก่อนน้ำหลาก
โครงสร้างพื้นฐานและการป้องกันระดับท้องถิ่น:
กองทุนดีดบ้าน: สนับสนุนงบประมาณยกพื้นบ้านและสาธารณูปโภค (หม้อแปลง/ประปา) ให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุด
ศูนย์พักพิงถาวร: ปรับปรุงอาคารสาธารณะในทุกอำเภอให้เป็นศูนย์พักพิงที่ "น้ำท่วมไม่ถึง" พร้อมระบบสำรองไฟ (Solar Cell) และอาหาร
การจัดการน้ำชุมชน: ขุดลอกคลองครั้งใหญ่ช่วงหน้าแล้ง ตรวจสอบประตูระบายน้ำให้เสร็จก่อนเดือนพฤษภาคม และติดตั้งระบบเตือนภัยถึงมือถือประชาชน
2. มาตรการระยะยาว (ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป): ปฏิรูปโครงสร้างจัดการน้ำลุ่มน้ำ
มุ่งเน้นการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างภายใน 4 ปี
ยกระดับเมืองและชุมชน (Living with Water): ปรับปรุงบ้านเรือน พื้นที่ชุมชน และสาธารณูปโภคในพื้นที่ทุ่งรับน้ำและนอกคันกั้นน้ำทั้งหมดให้ปลอดภัยและพ้นแนวระดับน้ำท่วมขัง
เพิ่มขีดความสามารถการระบายน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน อย่างน้อย 500 ลบ.ม./วินาที:
เพิ่มประสิทธิภาพแม่น้ำเจ้าพระยา (+300 ลบ.ม./วินาที) และแม่น้ำท่าจีน (+100 ลบ.ม./วินาที)
พัฒนาระบบระบายน้ำแนวเหนือ-ใต้ จากทุ่งเจ้าเจ็ดสู่ยอดอ่าวไทย (+100 ลบ.ม./วินาที)
เร่งผลักดันโครงการทางน้ำหลากฝั่งตะวันออก (ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย) เพื่อรับมวลน้ำได้เพิ่มถึง 500-900 ลบ.ม./วินาที
ปฏิรูปจัดการน้ำลุ่มน้ำยม-น่าน เพิ่มประสิทธิภาพการระบายเพื่อลดปริมาณน้ำที่ต้องผันเข้าทุ่งบางระกำและป้องกันเขตเศรษฐกิจสุโขทัย อย่างน้อย 400 ลบ.ม./วินาที
การบริหารจัดการทุ่งรับน้ำอย่างสมดุล: เพิ่มช่องทางเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่นอกคันกั้นน้ำและทุ่งรับน้ำ เพื่อให้การนำน้ำเข้า-ออกรวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาท่วมขังในพื้นที่